
กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมคณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ (อพ.สธ.-พช.) ครั้งที่ 1/2569 มุ่งขับเคลื่อนแผนแม่บทระยะที่ 8 ยกระดับระบบ Big Data และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน และผ่านระบบประชุมทางไกล Cisco Webex Meetings นายไพโรจน์ โสภาภรณ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กรมการพัฒนาชุมชน (อพ.สธ.-พช.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี คณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรองรับการเข้าสู่แผนแม่บทระยะ 5 ปีที่ ระยะที่ 8 (1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2574) โดยที่ประชุมได้ร่วมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน ปี 2569 ทั้ง 4 กิจกรรม ได้แก่ การสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติในหมู่บ้านทุนชุมชน 76 จังหวัด, การจัดการทรัพยากรและทุนธรรมชาติในพื้นที่สนองพระราชดำริ 16 แห่ง, การสร้างสรรค์ประโยชน์จากต้นไม้อัตลักษณ์จังหวัดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP และผ้าย้อมสีธรรมชาติ, ตลอดจนการผลิตเอกสารและวีดิทัศน์เผยแพร่ผลงาน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโปรแกรมสำรวจและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลทรัพยากร อพ.สธ. เข้ากับระบบ Big Data ของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งปัจจุบันรวบรวมข้อมูลพันธุ์ไม้ได้แล้ว 191 ชนิดพันธุ์ รวม 662 รายการ จาก 14 จังหวัด พร้อมระบุพิกัด GPS ครบถ้วนทุกรายการ และมีภาพประกอบเกือบทั้งหมด เพื่อช่วยในการค้นหา แสดงผลผ่านแผนที่ และวิเคราะห์ระบบนิเวศเชิงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาเห็นชอบแผนปฏิบัติงาน ปี 2570 จำนวน 14 กิจกรรม ซึ่งครอบคลุมการจัดเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นในหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี 100 หมู่บ้าน, การขยายพันธุ์พรรณไม้พระนามในพื้นที่สนองพระราชดำริ 13 แห่ง, การเตรียมจัดแสดงผลงานในการประชุมวิชาการ อพ.สธ. ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปลายปี 2570 รวมถึงการพิจารณาร่างแผนปฏิบัติงาน ปี 2571 จำนวน 11 กิจกรรม เพื่อส่งมอบให้สำนักงาน อพ.สธ. พิจารณาต่อไป
นายไพโรจน์ โสภาภรณ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้เน้นย้ำให้คณะทำงานทุกส่วนบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งการจัดเก็บและอัปเดตข้อมูลทรัพยากรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อนำทุนทางธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ นำรายได้กลับคืนสู่ชุมชน และสืบสานพระราชปณิธานการอนุรักษ์ทรัพยากรไทยอย่างยั่งยืน