
มท.2 “พลพีร์” เชิญชมนิทรรศการ “ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน” ร่วมขับเคลื่อนวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่แฟชั่นที่ยั่งยืน
วันนี้ (8 มิถุนายน 2569) เวลา 15.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กรุงเทพมหานคร นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานแม่บ้านพัฒนาชุมชน คณะที่ปรึกษาฯ และคณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเดินเยี่ยมชม “โครงการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน จุดดำเนินการที่ 4” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พร้อมนี้ได้รับการต้อนรับจากพี่น้องผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่นำผลงานมาจัดแสดงอย่างอบอุ่น
การจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 12 มิถุนายน 2569 ภายใต้ความร่วมมือของเครือข่ายกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและงานหัตถกรรม จำนวน 32 กลุ่ม จาก 23 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการหลัก ประกอบด้วย:
1. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปหัตถกรรม: เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทยตามอัตลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละท้องถิ่น
2. การประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ผลงาน: เพื่อมุ่งประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ ผลงานอัตลักษณ์ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทยของกลุ่มผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มข้าราชการและประชาชนคนเมือง
3. เพิ่มช่องทางการตลาดเชิงรุก: เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างโอกาสในการกระจายสินค้าให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการจำหน่ายผ้าไทย ผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชนโดยตรง
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินเยี่ยมชมบูธจัดแสดงผลงานต่าง ๆ พร้อมพูดคุยให้กำลังใจผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า การจัดนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาไทยในย่านธุรกิจและศูนย์ราชการแห่งนี้ ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงเสน่ห์จากชุมชนสู่ตลาดเมือง งานหัตถศิลป์แต่ละชิ้นที่นำมาจัดแสดงล้วนมีเรื่องราว (Story) และคุณค่าในตัวเอง การสนับสนุนผ้าไทยและงานหัตถกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้กลับคืนสู่ครัวเรือนในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป