
รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่กระบี่ ชูหัตถกรรมเตยปาหนัน “PADANA” และมะม่วงหิมพานต์คั่วโบราณบ้านไร่ใหญ่ มุ่งยกระดับภูมิปัญญาสู่สากล
วันที่ 1 มีนาคม 2569 ณ จังหวัดกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายภัทริส ณ นคร หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม นางมุกดา หลิมนุกูล ผู้ตรวจราชการกรม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานงานพัฒนาชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเยี่ยมชมความสำเร็จของกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ที่สามารถประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับดีไซน์สมัยใหม่จนก้าวสู่ระดับสากล
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ ได้เดินทางไปยัง กลุ่มหัตถกรรมเตยปาหนันบ้านวังหิน อำเภอคลองท่อม เพื่อเยี่ยมชมการผลิตกระเป๋าและเครื่องจักสานภายใต้แบรนด์ “PADANA” โดยได้ชื่นชมวิสัยทัศน์ของกลุ่มที่สามารถยกระดับ "เตยปาหนัน" พืชพื้นถิ่นที่หาได้ในชุมชน มาสร้างสรรค์เป็นสินค้าแฟชั่นไฮเอนด์ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งความโดดเด่นของกลุ่มนี้ประกอบด้วย:
การสร้างมูลค่าจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น: การใช้เทคนิคการสานแบบดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย
การบูรณาการองค์ความรู้: ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาคุณภาพการตัดเย็บ การใช้วัสดุเกรดพรีเมียม และการจับคู่สี (Color Matching) จนเป็นที่ต้องการของตลาด
การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล: การนำการตลาดออนไลน์มาใช้ในการสื่อสารแบรนด์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ทั่วโลก
จากนั้น ได้เดินทางไปยัง กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านไร่ใหญ่ อำเภอเหนือคลอง เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต เม็ดมะม่วงหิมพานต์มะแท็ง ผลิตภัณฑ์ OTOP ชื่อดังของจังหวัดกระบี่ ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การคั่วแบบโบราณด้วยเตาถ่านและกระเทาะเปลือกด้วยมือ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของสินค้าแบบ "Homemade" ที่เครื่องจักรไม่สามารถเลียนแบบได้ ทั้งในด้านกลิ่นหอมและรสชาติที่กรอบมันสดใหม่ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการเลือกซื้อเป็นของฝากอันดับต้น ๆ ของจังหวัด
นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวให้กำลังใจและชื่นชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้งสองแห่งที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเน้นย้ำว่ากระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมที่จะสนับสนุนในด้านการเพิ่มทักษะ (Upskill) และการส่งเสริมช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามนโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น