
กรมการพัฒนาชุมชน หารือ คณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ หอการค้าไทย ดันสินค้า OTOP สู่ Modern Trade มุ่งสร้างโอกาสคู่ค้า ยกระดับสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 5002 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมหารือการส่งเสริมสินค้า OTOP เข้าสู่ Modern Trade ร่วมกับคณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ หอการค้าไทย นำโดย นายสกล เตชะสถาพร รองประธานคณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ หอการค้าไทย พร้อมคณะ โดยมี นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP
การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP กับผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เพื่อยกระดับสินค้าภูมิปัญญาไทยให้สามารถแข่งขันและวางจำหน่ายในช่องทางที่กว้างขวางขึ้น โดยมีประเด็นหารือสำคัญ ดังนี้ :
- การบูรณาการความร่วมมือเชิงนโยบาย: ทางหอการค้าไทยได้เรียนเชิญกรมการพัฒนาชุมชนเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ เพื่อร่วมกันวางยุทธศาสตร์และสนับสนุนการเข้าถึงตลาดของวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นระบบ
- การสร้างคู่ค้าผ่านกิจกรรม Business Matching: เตรียมแผนการส่งวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีศักยภาพและมาตรฐานพร้อม เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากกลุ่มห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกรายใหญ่โดยตรง
- แนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการร่วมกัน: หารือการวางหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านคุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ และระบบบริหารจัดการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานของ Modern Trade
- การจัดงานมหกรรมจับคู่ธุรกิจ: พิจารณาความเป็นไปได้ในการร่วมกันจัดงานจับคู่ธุรกิจ (Business Matching Event) เพื่อเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ผลิตในชุมชนและภาคธุรกิจระดับประเทศ
การประชุมหารือร่วมกันระหว่าง กรมการพัฒนาชุมชน และคณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ หอการค้าไทย ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยให้สินค้า OTOP เพิ่มศักยภาพ เข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายที่เป็นสากลมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มยอดจำหน่าย แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าภูมิปัญญาไทย อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย