ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ร่วมประชุมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร ภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2566 รับนโยบายปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำ แม่บ้านมหาดไทยทุกจังหวัด ต้องเป็นผู้นำและเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดี เพื่อ Change for Good สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

วันนี้ (24 พ.ย. 65) เวลา 13:00 น. นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เข้าร่วมประชุมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร ภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2566 ณ ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร ภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2566 โดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก นางศลิษา ภิรมย์รัตน์  นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางปวีณ์ริศา เกิดสม อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด 25 จังหวัด และนายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมประชุม โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการแม่บ้านมหาดไทย และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยและสมาคมแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า กิจกรรมการประชุมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร ภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2566 นั้นเป็นการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยแรงปรารถนา (Passion) และความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี เพื่อ ขับเคลื่อนงานในรอบปีที่ผ่านมา และที่สำคัญที่สุด เพื่อให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่นในการที่จะขับเคลื่อนงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ในลักษณะที่เพิ่มพูนความเข้มแข็ง และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน อันเป็นการ Change for Good ให้มากขึ้นกว่าเก่าและมีการกำหนดนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ในปีงบประมาณ 2566 ได้แก่ 1) โครงการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร น้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” โดยการปลูกผักสวนครัวในทุกครัวเรือน และขยายผล โครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” ซึ่งเมื่อ 1 ครัวเรือนปลูกผักสวนครัวรับประทานเอง จะสามารถประหยัดเงินได้ 50 บาทต่อวัน เมื่อคิดจาก 12 ล้านครัวเรือน ก็จะประหยัดเงินกว่า 600 ล้านบาท ปีหนึ่งมี 365 วันก็สามารถประหยัดเงินของครัวเรือนได้กว่า 200,000 ล้านบาท และยังมีผักสวนครัวเหลือไปแบ่งปันเพื่อนบ้าน ถ้ามีจำนวนมากก็สามารถนำไปขายสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย 2) น้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ส่งเสริมการสร้างสุขอนามัยให้แก่เด็กและแม่เติบโตอย่างถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐานสุขลักษณะ 3) โครงการส่งเสริมการใช้ผ้าไทย น้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” กระตุ้นภาคการผลิตในการตัดเย็บให้ถูกอก ถูกใจ คนทุกเพศ ทุกช่วงวัย ให้มีความหลากหลาย ใส่ได้ทุกโอกาส ทุกสถานที่ จนเกิดกระแสความสนใจและความนิยมชมชอบ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาครบทุกมิติ ทั้งต้นน้ำ คือ ช่างทอผ้า กลางน้ำ คือ การออกแบบตัดเย็บที่หลากหลาย จนทำให้ปลายน้ำ คือ พี่น้องประชาชนคนไทย ได้มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่เพิ่มพูน ครอบครัวและลูกหลานมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน และ 4) โครงการ “ครอบครัวมหาดไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” โดยการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน คัดแยกขยะแห้ง นำขยะเปียกทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ตั้งเป้าทุกครัวเรือน มีถังขยะเปียกลดโลกร้อน 100% ภายใน 31 ธันวาคม 2565 และดำเนินการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง (ครัวเรือน) ซึ่งสอดคล้องกับที่พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามแจ้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งขับเคลื่อนโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน ตามแนวทางและแผนปฏิบัติการที่กำหนด สร้างความตระหนักและความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการคัดแยกขยะเศษอาหารหรือขยะเปียกในครัวเรือน เพื่อช่วยลดขยะที่ต้นทาง ลดภาระทางงบประมาณของท้องถิ่นในการจัดการขยะ และยังช่วยแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ทำให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยในโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืน

ท้ายนี้ จึงขอเชิญชวนแม่บ้านมหาดไทยทุกท่าน ได้ใช้เวลาทุกโอกาสในการเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง ช่วยส่งเสริมภูมิปัญญา หัตถกรรม หัตถศิลป์ และรณรงค์ให้คนไทย ร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้

(Visited 1 times, 1 visits today)