พช. เปิดบ้านนักพัฒนาต้อนรับ “นักพัฒนาชุมชน” รุ่นที่ 37 กรมการพัฒนาชุมชน โครงการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมการพัฒนาชุมชน

สถาบันการพัฒนาชุมชน ดำเนินงานโครงการฝึกอบรม หลักสูตร “นักพัฒนาชุมชน” รุ่นที่ 37 โครงการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมการพัฒนาชุมชน ระหว่างวันที่ 16 – 24 พฤศจิกายน 2565 ณ วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน อำเภอ บางละมุง จังหวัดชลบุรี และพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยมอบหมายให้วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน ศูนย์ศึกษาและ พัฒนาชุมชนชลบุรี สระบุรี นครราชสีมา และศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ร่วมเป็นหน่วยดำเนินการ

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานพิธีปิด มอบประประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรม ตามโครงการฝึกอบรม หลักสูตร “นักพัฒนาชุมชน” รุ่นที่ 37 โครงการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งอบรมระหว่างวันที่ 16 – 24 พฤศจิกายน 2565 ณ วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน อำเภอ บางละมุง จังหวัดชลบุรี และพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยมอบหมายให้วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนชลบุรี สระบุรี นครราชสีมา และศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ร่วมเป็นหน่วยดำเนินการ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์กมลทิพย์ ว่าที่ ร.ท.ดรอริชัย เกตุจันทร์ ผู้แทนสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น และนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ณ ห้อง ศรีราชา วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

โอกาสนี้ได้มอบแนวทางการทำงานแก่นักพัฒนาชุมชน ขอน้อมนำหลักการทรงงานของในหลวงรัชการที่ 9 คือ “อย่ายึดติดตำรา” ให้นำความรู้ที่ได้จากฝึกอบรมไปปรับใช้ในการทำงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมถึงการนำไปประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ และที่สำคัญคือการพัฒนาตนเองโดยการหมั่นเติมเต็มความรู้อยู่เสมอ ท่ามกลางสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่นักพัฒนาชุมชนต้องเผชิญ และปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ) กล่าวไว้ว่า “Change for Good” คือ การทำสิ่งที่ดี ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป และเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ตามแผนปฏิบัติราชการกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2565 “ประชาชนมีรากฐานการดำรงชีวิตและพัฒนาสู่ อนาคตได้อย่างมั่นคงและสมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หน้าที่สำคัญอีกอีกหนึ่งอย่างของนักพัฒนาชุมชน คือการขับเคลื่อนและพัฒนาชุมชนโดยการให้พี่น้องประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่การทำงานต้องอาศัยภาคีเครือข่ายในการทำงาน และภาคีที่จำเป็นในยุคปัจจุบันคือ ภาคีภาคสื่อสารมวลชน เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเป็นการประสัมพันธ์งานไปในตัว ทั้งนี้การเป็นข้าราชการสำคัญที่จะติดตัวเราไปตลอดชีวิตราชการคือ การมีความรู้คู่คุณธรรม คือ การครองตน ครองคน ครองงาน บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ขยัน และหมั่นเพียร สุดท้ายขอฝากไว้ว่า “จะเดินให้เร็วให้เดิน คนเดียว แต่ถ้าจะเดินให้ไกลและให้ถึงเป้าหมายต้องเดินไปด้วยกัน” ความเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องและความ เป็นรุ่นก็สำคัญเช่น รักษาและสานสัมพันธ์ต่อไปเพื่อประโยชน์ในอนาคตข้างหน้าจะได้ช่วยเหลือกันและกัน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าว

(Visited 1 times, 1 visits today)