พช. คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ได้แก่ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance) และรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม

12 กันยายน 2565 นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ได้แก่ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance) และรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี  ผลงานส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP 100 ร้าน OTOP ไทยยิ้ม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอ่างทอง ผ่านระบบ (ZOOM Cloud Meetings) โดยมีรองนายกรัฐมนตรี  (นายวิษณุ เครืองาม) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี  ในการนี้นางสาวฉัตรประอร นิยม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ (พช.) นายทินกร บุญเงิน พัฒนาการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 3001 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคีการพัฒนาและผู้มีส่วนสนับสนุนทุกคนที่ทำให้กรมการพัฒนาชุมชนสามารถคว้ารางวัลเลิศรัฐประจำปี 2565 ได้ถึง 2 รางวัล นับเป็นผลงานและความสำเร็จที่กรมการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนงานมากว่า 60 ปี ตั้งแต่ปี 2505 ที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ประกาศสงครามกับความยากจนในชนบท โดยมีพัฒนากรกระตุ้นความคิด สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง จวบจนปี 2565 ประเทศไทยเผชิญกับปัญหา เศรษฐกิจตกต่ำ เนื่องจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด 19 ความขัดแย้งทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นตัวแปรใหม่ที่ทำให้ปัญหาความยากจนไม่หมดไปจากประเทศไทย  กรมการพัฒนาชุมชน บริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน ลดขั้นตอน มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล เกิดความคุ้มค่า และอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ใน 4 ด้าน ดังนี้

  1. Learning & Growth Perspective พัฒนาบุคลากรให้เป็นคนเก่ง คนดี ทันสมัย มีความสุข มุ่งผลสัมฤทธิ์ มีจิตบริการผ่านการเรียนรู้และพัฒนาจากการปฏิบัติงานจริง การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลด้วยระบบ TDGA e-learning และการพัฒนาบุคลากรทุกระดับเพื่อสร้างทักษะ สมรรถนะตามสายงานอย่างต่อเนื่อง
  2. Internal Perspective กรมการพัฒนาชุมชนได้ประกาศวาระการพัฒนา “เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด” โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง จึงให้ความสำคัญกับบุคลากรในการปรับตัว ปรับกระบวนความคิด เพื่อมุ่งสู่ระบบราชการ 4.0 และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงานให้มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ภายใต้ประเด็นการพัฒนา สร้างสรรค์ชุมชนพึ่งตนเองได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัว อย่างสมดุล เสริมสร้างทุนชุมชนให้มีธรรมาภิบาล และเสริมสร้างองค์กรให้มีขีดสมรรถนะสูง
  1. Customer Perspective ด้วยการให้บริการ กับ ผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านกระบวนการสร้างคุณค่า ด้วยการเชื่อมโยงงานพัฒนาชุมชน กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เริ่มจาก ระดับบุคคล ครัวเรือน โดยการสร้างสัมมาชีพชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดการพึ่งพา ละความฟุ่มเฟือย เลิกอบายมุข ระดับกลุ่ม รวมกลุ่ม รวมซื้อ รวมขาย โดยการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ระดับเครือข่าย ร่วมมือ ร่วมทุน ร่วมค้า เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ดำเนินการภายใต้การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ และมีการจัดทำบันทึกข้อตกลง MOU 38 ฉบับ กับ 73 หน่วยงาน
  2. Financial Perspective “ระเบียบครบ ระบบชัด ซื่อสัตย์ โปร่งใส บริการฉับไว ยึดหลักงบประมาณของประชาชน”

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสัมฤทธิ์ของงานพัฒนาชุมชน เป็นที่ประจักษ์ได้แก่ พี่น้องประชาชนมีความสุขมวลรวมเพิ่มขึ้น มีการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงกว่า 41,000 หมู่บ้าน

ประชาชนมีรายได้เฉลี่ย 81,532 บาทต่อคนต่อปี  มีศูนย์เรียนรู้ชุมชนกว่า 91,000 ศูนย์  มีเงินทุนชุมชนหนุนเสริมอาชีพกว่า 50,000 ล้านบาท  กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มีเงินทุนหนุนเสริมอาชีพสตรีกว่า 64,000 ล้านบาท  มีกองทุนแม่ของแผ่นดินกว่า 22,000 กองทุน ครัวเรือนยากจนเป้าหมายได้รับการช่วยเหลือและดูแลกว่า 462,000 ครัวเรือน  ประชาชนมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP เพิ่มขึ้นกว่า 278,000 ล้านบาท

กระตุ้นเศรษฐกิจผ้าไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 20,000 ล้านบาท  ประชาชนกว่า 12 ล้านครัวเรือน มีความมั่นคงทางอาหาร สามารถประหยัดค่าใช้จ่าย เฉลี่ยครัวเรือนละ 20 บาทต่อวัน คิดเป็นเงินกว่า 87,000 ล้านบาทต่อปี และส่งเสริมการปลูกผักและสมุนไพรทุกครัวเรือนกว่า 10 ชนิด ได้พัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างคนไทยให้เป็นคนที่มีความพอเพียง สุจริต จิตอาสา ในการรื้อฟื้นสิ่งที่ดีงามของสังคมไทยให้กลับคืนมา

ได้สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน ร่วมมือร่วมใจทำงานเพื่อส่วนรวม   ด้วยการสร้างพลังชุมชน ใช้พลังชุมชน  ในการพัฒนาชุมชน เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องของพัฒนากร  เปรียบได้ว่า พัฒนากร คือศรัทธาที่เดินได้ คือเส้นประสาทสุดท้ายของราชการที่ยื่นไปสัมผัสพี่น้องประชาชน “กรมการพัฒนาชุมชนมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นที่จะทำงานเคียงข้างกับพี่น้องประชาชนเพื่อให้หมู่บ้าน ชุมชนเป็นที่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขตลอดไป” อธิบดี พช. กล่าวทิ้งท้าย

(Visited 1 times, 1 visits today)