อธิบดี พช. ประชุมเปิดการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ การดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม 2565 เวลา 09.30 น. นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวต้อนรับ นายเสริมพันธ์ นิลละออง รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะ และเป็นประธานการประชุมเปิดการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ การดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยมี นายนิวัติ น้อยผาง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน

นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “โครงการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ที่ได้ประยุกต์การใช้ ศาสตร์พระราชา ตามหลักทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสานรักษา และต่อยอด จากทฤษฎีใหม่สู่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบฯ ภายใต้การออกแบบพื้นที่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ทำให้เกิดสมดุลของระบบนิเวศตลอดจนการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ เป็นหลักประกันในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ขณะเดียวกัน ช่วยรองรับกลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เห็นชอบและอนุมัติแผนงานโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในรอบที่ 1 โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” งบประมาณ 4,787,916,400 บาท โดยมีพื้นที่ เป้าหมาย 73 จังหวัด 575 อำเภอ 3,246 ตำบล 25,179 ครัวเรือน มีผลการใช้จ่ายรวม 4,129.9182 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 86.26 ของวงเงินทั้งหมด การดำเนินงานโครงการฯ ครอบคลุม 7 กิจกรรม ได้แก่ 1) การฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะสั้นการพัฒนากสิกรรม 2) สร้างพื้นที่เรียนชุมชนต้นแบบฯ ระดับตำบล และพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ครัวเรือนต้นแบบ ระดับครัวเรือน 3) การสร้างงานสร้างรายได้รายเดือนให้แก่เกษตรกร แรงงาน และบัณฑิตจบใหม่กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน 4) การกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน5) การบูรณาการร่วมพัฒนาพื้นที่ระดับตำบล 6) การพัฒนาสร้างมาตรฐานผลผลิต การแปรรูปและการตลาด ตามมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย และ 7) การพัฒนาระบบดิจิทัลรองรับ Local Economy

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 อนุมัติและรับทราบตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการ กลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวประชุมครั้งที่ 41/2564 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 มีมติคณะกรรมการกลั่นกรองความเหมาะสมของการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีให้ใช้จ่ายจากเงินกู้ตามพระราชกำหนดฯ แล้วให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน ข้อ 18 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี อนุมัติให้กรมการพัฒนาชุมชน เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนา คุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยขยายระยะเวลาดำเนินงานใน 4 กิจกรรมย่อย (กิจกรรมที่ 2 4 5 และ 7) จากเดิมสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2564 เป็นสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2565 และปรับลดกิจกรรมที่ 7 กิจกรรมย่อยที่ 3 และกิจกรรมย่อยที่ 6 วงเงิน 25 ล้านบาท ทำให้วงเงินโครงการฯ ปรับลดจาก 4,787.9164 ล้านบาท เป็น 4,762.9164 ล้านบาท ซึ่งการปรับลดกิจกรรมดังกล่าวยังคงทำให้การดำเนินโครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้รับอนุมัติ” อธิบดี พช. กล่าว

นายเสริมพันธ์ นิลละออง รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภายใต้นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งกำหนดทิศทางและเป้าหมายการตรวจเงินแผ่นดินโดยคำนึงถึงการดำเนินการตามหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงาน ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะของหน่วยงานรับตรวจสอบ ส่งเสริมการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพของการบริหารการเงินการคลังและงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่ารวมทั้งกำกับการตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดิน ทั้งนี้ ในการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ดังกล่าว สตง. มีแผนงานในการเข้าตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการบูรณาการและประสานงานความร่วมมือกันกับหน่วยงานตรวจสอบ ในการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ การดำเนินงานโครงการฯ”

โอกาสนี้ นายสมคิด จันทมฤก อธิบดี พช. “กล่าวขอบคุณสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ให้ความสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้การปฏิบัติงานโครงการของหน่วยงานภาครัฐประสบผลสัมฤทธิ์ มีการบริหารจัดการที่โปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งยังมีการตรวจสอบประเมินผลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเงินภาครัฐ รวมทั้ง การบริการทรัพยากรของแผ่นดินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประเมินผล ความประหยัดและคุ้มค่า และเป็นการป้องกันหรือลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติให้พัฒนามากยิ่งขึ้นต่อไป”

(Visited 1 times, 1 visits today)