พช. เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พัฒนากลไกกองทุนชุมชนเข้มแข็งเพื่อประชาชน ตามหลักธรรมาภิบาล

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 นายนิวัติ น้อยผาง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ครั้งที่ 1/2564 โดยมี นายสุพจน์ อาวาส ดร.ปรีดี โชติช่วง ดร.ชำนาญ วัฒนศิริ นายกิตติพงศ์ บุญยิ่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ (คณะทำงานเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต) และผู้บริหาร ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมในการประชุม ณ ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน

การประชุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อน พัฒนากระบวนงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต สู่เป้าหมาย ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนากลุ่มออมทรัพย์ฯ ให้มีการบริหารจัดการเงินทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล และเสริมสร้างให้ครัวเรือนมีการบริหารจัดการเงินทุนให้เกิดความคุ้มค่า สามารถลด ปลดหนี้ได้ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนกว่า 19,646 กลุ่ม จำนวนสมาชิก 2,975,567 คน และเงินสัจจะสะสมกว่า 30,532 ล้านบาท ทั้งนี้ นายสุพจน์ อาวาส ได้มีข้อเสนอในการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ในรูปแบบธนกิจรายย่อย (Microfinance) ในทิศทางของ Minimalist Approach ด้านการเงิน ประกอบด้วยการรับฝากเงิน การให้สินเชื่อ และการบริหารเงินที่ดำเนินการอยู่แล้ว และ Integrated Approach ด้านการพัฒนา โดยการบูรณาการทางสังคม 2 ประเด็น คือ (1) การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคม ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มทางการเงิน ด้วยการอบรม ฝึกทักษะการเป็นผู้นำ การบริหารจัดการ ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติและทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ (2) การสร้างความผาสุกให้กับชีวิต โดยการให้การส่งเสริม การศึกษา สุขภาพ ทักษะการดำรงชีวิต การพัฒนาด้านการสื่อสาร และการพัฒนาวิสาหกิจ ซึ่งประกอบด้วยการส่งเสริมการตลาด การพัฒนา เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์สถานการณ์หรือบริบทแวดล้อมธุรกิจ

โดยในปี 2564 กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ยังคงมุ่งในการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนและสนับสนุนกองทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล อย่างรอบด้านทุกมิติตั้งแต่ระดับต้นน้ำ โดยใช้ชุมชนเป็นฐานพัฒนาบริหารจัดการชุมชนพึ่งตนเองได้ สนับสนุนความรู้ด้านการออมและการเข้าถึงแหล่งทุน ด้วยกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกครัวเรือนในการเรียนรู้การพึ่งตนเอง เพื่อให้ในระดับปัจเจกสามารถลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ มีความมั่นคงทางอาหาร สร้างสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เกิดภูมิคุ้มกันในชีวิตอย่างยั่งยืน ระดับกลางน้ำ ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชนประกอบการตัดสินใจเพื่อสำรวจต้นทุนชุมชน นำสู่การจัดการความรู้ควบคู่กับเทคโนโลยี นำประโยชน์สู่ระดับปลายน้ำ ที่ทุกหมู่บ้าน ชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างครบวงจร เกิดกองทุนชุมชนที่เข้มแข็งมีหลักธรรมาภิบาล ด้วยประชาชนมีองค์ความรู้ ทักษะทางการเงิน มีช่องทางเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สามารถเข้าถึงแหล่งทุนชุมชนได้อย่างเท่าเทียม

การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นการผสมผสานระหว่างแนวคิดของสหกรณ์การเกษตรเครดิตยูเนี่ยน และสินเชื่อเพื่อการเกษตร โดยใช้ “เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน” ทําให้คนมีคุณธรรม มีการช่วยเหลือเกื้อกูล เอื้ออาทร แบ่งปันซึ่งกันและกัน เกิดกระบวนการเรียนรู้การทํางานร่วมกัน ตามวิถีทางประชาธิปไตย มีการยอมรับฟังความคิดเห็นของเสียงส่วนใหญ่ เคารพในกฎกติกาที่ มาจากข้อตกลงร่วมกัน เกิดการเรียนรู้ การบริหารจัดการเงิน ทุนของตนเองเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ และจัดเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิก ทําให้ชุมชนมีแหล่งทุนในการประกอบอาชีพเป็นของตนเอง ลดการพึ่งพิงแหล่งทุนจากภายนอกชุมชน และที่สําคัญที่สุดคือ เป็นการฝึกคนให้มีความอดทน มี สัจจะ มี ระเบียบวินัย ในการใช้ เงิน รู้จัก ใช้ จ่ายเงิน อย่างมีเหตุ มีผล มีความเหมาะสม พอประมาณกับตนเองและครอบครัวเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครอบครัวและชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยที่ประชุมได้มีการเสนอแนวทางการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์ฯ ใน 3 ด้าน ได้แก่ (1)ด้านการจัดทำบัญชี โดยการประชาสัมพันธ์เน้นย้ำสร้างความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากโปรแกรมบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และวางแผนเพิ่มหลักสูตรการจัดอบรมการจัดทำบัญชี บัญชีอิเล็กทรอนิกส์แก่คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอย่างสม่ำเสมอ (2)ด้านความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงาน โดยนำแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตสู่มาตรฐาน SMART Saving Group (SSG) มาปรับใช้ในการผลักดันให้กลุ่มออมทรัพย์ที่อยู่ในระดับ 1-2 ให้สามารถปรับตัวสู่ระดับที่ 3 ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้แก่พัฒนากร บุคลากรเพื่อนำไปถ่ายทอด สนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และ (3) ด้านการปรับปรุง พัฒนา รักษา ต่อยอด โดยการปลุกกระแสส่งเสริมสร้างนิสัยการออม และสร้างผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน รุ่นใหม่ อายุราชการไม่เกิน 4 ปี ให้เป็นผู้มีความรู้ลึกซึ้งทั้งระเบียบ แนวทาง เป็นดังเพื่อนคู่คิดคอยติดตาม ดูแลให้ความสำคัญกับทุกกลุ่ม ทุกกองทุน อย่างใกล้ชิดต่อไป

(Visited 1 times, 1 visits today)