“หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สร้างสุข”

“หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สร้างสุข”

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเสวนาในหัวข้อ “หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” เนื่องในวันมาฆบูชา โดยมี พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร ป.ธ.๕ ,ดร.) เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนายวิรัตน์ จำปานิล ประธานจิตอาสาพุทธมณฑล ร่วมเสวนา ดำเนินรายการโดยนายอดิศักดิ์ ศรีสม ณ พิพิธภัณฑ์เจดีย์วิชาการเฉลิมพระเกียรติ ภ.ป.ร. 80 พรรษา มหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีพระภิกษุ สามเณร ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ร่วมฟังการเสวนากว่า 1,700 คน

พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขตได้สะท้อนมุมมองในประเด็น ทำอย่างไรให้วัดเป็นหัวใจของประชาชนเป็นศูนย์กลางของประชาชน โดยพระคุณท่านได้พูดถึงหลักในการพัฒนาให้วัดเป็นศูนย์กลางของประชาชนโดยใช้หลัก 3579 (3 พันธกิจ, 5 เครื่องมือ, 7 แนวทางดำเนินการ และ 9 แนวปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่) โดย พันกิจ 3 ด้านที่สำคัญในการที่จะทำให้วัดเป็นศูนย์กลาง คือ 1. การพัฒนาด้านกายภาพ คือการทำวัดให้รื่นรมย์เข้าไปแล้วมีความสงบร่มเย็นทั้งกายและจิตใจ 2. การพัฒนาด้านสังคม คือ การพัฒนาสังคมรอบวัดเอาหน่วยงานภาคีเข้ามาพัฒนาร่วมกัน เกิดเป็นจิตอาสา และ 3. การพัฒนาด้านจิตและปัญญาโดยการจัดอบรมเสริมปัญญาให้กับคนในชุมชน ซึ่งสรุป วัดต้องเป็นสถานที่รื่นรมย์ พระ สามเณรต้องทำให้เกิดความน่าเลื่อมใส ต้องให้ธรรมะ ให้เมตตาแก่ญาติโยม เมื่อเข้าใจกันดีแล้วทุกภาคส่วนก็จะระลึกถึงวัด ๆ ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางในใจคน ใช้ 5 ส. เป็นเครื่องมือในการทำงาน (สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐาน และการสร้างวินัย ) มี 7 ขั้นตอนในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นตัวประสานในการทำงาน เริ่มตั้งแต่ ตั้งคณะกรรมการ ประกาศนโยบาย อบรมให้ความรู้ วิเคราะห์สำรวจพื้นที่ จัดทำแผนปรับปรุงทำแผนและลงมือปฏิบัติ จากนั้นมีการตรวจประเมินและทำรายงาน และ 9 คือ พื้นที่แนวปฏิบัติในการพัฒนาพื้นที่ 5 ส. ในวัด ได้แก่ จัดทำแผนผังในวัด การจัดการจราจร ที่จอดรถ ห้องน้ำ ขยะ สภาพแวดล้อมทั่วไป ระบบไฟฟ้า โรงครัว อาคารเสนาอาสนะต่างๆ ภายในวัด มีการจัดการอย่างเป็นระบบ

ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะผู้แทนภาครัฐ ได้กล่าวว่า “ส่วนที่สำคัญที่จะปฏิรูปเพื่อที่จะทำให้วัดเป็นหลักของสังคมได้ต้องเริ่มที่ตาก่อน คือทำวัดให้สะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยและความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่ผู้นำคณะสงฆ์ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำบ้านเมือง ผู้นำประชาชน เป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อน วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ผู้นำต้องพาประชาชนไปร่วมทำกิจกรรม ๕ส ภายในวัด แล้วพัฒนาต่อเนื่องไปถึงจิตใจในอนาคต”

โดยความสำเร็จโครงการ วัด ประชารัฐสร้างสุข พัฒนาวัดตามแนวทาง 5 ส. ของวัดใน จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจังหวัดต้นแบบในการทำกิจกรรมที่สำนักเถรสมาคมมีมติให้ดำเนินการ ความสำเร็จเกิดขึ้นได้อยู่ที่ผู้นำจังหวัดปทุมธานีมีผู้นำที่ดี คือ เจ้าคณะจังหวัดท่านมีความเข้าใจ จริงจัง และทำเป็นตัวอย่างๆ ต่อเนื่อง หัวใจความสำเร็จเมื่อผู้นำดีแล้ว มีการเสนอให้บ้านเมืองและวัดออกคำสั่ง ใช้ศักยภาพของการเป็นผู้ที่มีคนนับถือมาใช้ขับเคลื่อนและทำเป็นระบบ ซึ่งท่านได้มีการประมวลทั้งมติ แนวทาง วิธีการปฏิบัติ นำนักวิชาการมาช่วยเขียน ผลจึงชัดเจน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีการนำแนวทางการขับเคลื่อนโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ของท่านมาเป็นต้นแบบ สิ่งที่อยากเสริมเราไม่ได้มีจุดมุ่งหมายอยู่แค่วัด เมื่อทุกวัดปฏิรูปวัดของตัวเองให้เป็นไปตามโครงการวัด ประชารัฐ สร้างสุขแล้ว ก็ต้องออกไปเยี่ยมเยียนช่วยญาติโยมทำหน้าบ้านให้น่ามอง คนในบ้านให้น่าอยู่ น่าดู ผู้คนก็น่ารัก

อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้นำเป็นหลักสำคัญ ต้องรู้ ต้องเห็น ต้องเข้าใจ และเห็นด้วยแล้วต้องมาขับเคลื่อนก็จะเกิดผลดีซึ่งหลังจาก MOU เมื่อ ส.ค.ปี 61 ทุกหน่วยงานก็มีการรับทราบ ว่ามีโครงการวัด ประชารัฐ สร้างสุข ซึ่ง kpi ขององค์กรท้องถิ่น กำหนดว่าพอวัดมีงานผู้นำ ภาคประชาชนหรือภาครัฐเอง จะมีการนำไปทำกิจกรรม 5 ส.และพัฒนาต่อเนื่องไปถึงจิตใจ ซึ่งมีความชัดเจนของกติกาอยู่แล้วว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่ปทุมธานี เราโชคดีที่มีผู้นำซึ่งเป็นท่านเจ้าอาวาสซึ่งไปชวนผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ พอทุกภาคส่วนร่วมมือด้วยภาคประชาชนก็ตามมา เรื่องใหญ่ก็คือจะทำยังไงให้ผู้นำร่วมด้วยช่วยกัน ถ้าผู้นำได้จับมือร่วมกันตาม MOU หรือตามโครงการที่ทำอยู่ เชื่อว่าคนเข้าวัดก็จะเพิ่มขึ้น

นายวิรัตน์ จำปานิล ประธานจิตอาสาพุทธมณฑล ได้กล่าวถึงประเด็น การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาในพื้นที่เพื่อดึงชุมชนกลับมาที่วัดว่า โชคดีที่มี จังหวัดนครปฐมมีผู้นำซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ พ่อค้า ประชาชน เป็นต้นแบบบูรณาการในการร่วมกันส่งเสริมและเป็นจิตอาสาในการพัฒนา มีโครงการถึงศุกร์ถึงธรรมชวนประชาชนมาฟังธรรม เป็นคุณของแผ่นดินที่มีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานจิตอาสาเป็นต้นแบบ ทำให้พวกเรารวมตัวทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สิ่งนี้จะช่วยทำนุบำรุงศาสนาได้ ผู้นำทำเป็นตัวอย่าง ผู้ตามก็ทำดีต่อๆ กัน เกิดเป็นความยั่งยืน

ภาพ /สำนักงานพัฒนาชุมชนจ.นครปฐม
สถานีข่าว พช. CNS รายงาน

(Visited 1 times, 1 visits today)