พช.จับมือภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการพัฒนาสัมมาชีพเต็มพื้นที่ และพัฒนาวิสาหกิจการท่องเที่ยวชุมชน

พช.จับมือภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการพัฒนาสัมมาชีพเต็มพื้นที่ และพัฒนาวิสาหกิจการท่องเที่ยวชุมชน

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมลงนามในบันทึกตกลงความเข้าใจ (MOU) กับภาคีเครือข่ายการพัฒนา ได้แก่ MOU สานพลังขับเคลื่อนสัมมาชีพเต็มพื้นที่ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน MOU สานพลังขับเคลื่อนพัฒนาวิสาหกิจการท่องเที่ยวชุมชน และร่วมพิธีเปิดงานครบรอบ 10 ปี มูลนิธิสัมมาชีพ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (นายสนธิรักษ์ สนธิจิรวงศ์) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมปาฐกฐาพิเศษเรื่อง “พลังงานเพื่อชุมชน กับการสร้างเศรษฐกิจฐานราก” ในการนี้ นางวรรณา ลิ่มพานิชย์ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกลุ่มงาน และเจ้าหน้าที่ฯ สำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน (พช.)​ เข้าร่วมงานด้วย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ในการร่วมลงนามในครั้งนี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนงานให้ประสบผลสำเร็จ สร้างความอยู่ดี กินดีให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับขอบเขตความร่วมมือของกรมฯ ได้แก่ การสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบริหารจัดการท่องเที่ยวชุมชนแก่ผู้นำและผู้ประกอบการชุมชน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สนับสนุนการพัฒนาชุมชน ต้นภูมิทัศน์ การพัฒนาสินค้าชุมชนให้สอดดล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสนับสนุนการจัดเวทีทำแผนเพื่อเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาขององค์กรปกครองท้องถิ่นและองค์กรภาคีอื่น ๆ

โดยที่ผ่านมากรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการสร้างสัมมาชีพชุมชน เป็นโครงการที่ดำเนินภายใต้แนวคิด
คนในชุมชนที่ต้องการอาชีพ ได้รับการพัฒนาอาชีพ โดยให้ผู้นำสัมมาชีพชุมชนที่เป็นปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพ ได้แก่ด้านเกษตร ด้านการแปรรูป ด้านการท่องเที่ยว และอาชีพอื่นๆ เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ หลักการสำคัญคือ “ให้ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” สอนในสิ่งที่เขาอยากทำ โดยมีกระบวนการเริ่มด้วยการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพ หมู่บ้านละ 1 คน เพื่อให้กลับไปสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน เพิ่มเติมอีกหมู่บ้านละ 4 คน รวม 5คน และจัดฝึกอบรมอาชีพให้กับครัวเรือนเป้าหมาย ที่ต้องการฝึกอาชีพในหมู่บน โดยใช้พื้นที่ในหมู่บ้านปราชญ์ชุมชน หรือศูนย์เรียนรู้ขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อมุ่งหวังให้ครัวเรือนที่เข้ารับการฝึกอาชีพ มีความรู้ และปฏิบัติอาชีพได้จริง จนพัฒนาเป็นอาชีพที่สามารถสร้งรายได้ให้กับครัวเรือน

และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 นี้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การปฏิบัติด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้หมู่บ้าน ตำบลมีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยมีแนวทางในการขับเคลื่อน 2 ระดับคือ ระดับครัวเรือน เป็นขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาให้ทุกครัวเรือนมีความ พอมีพอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น เช่น การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยใช้ “โก่งธนูโมเดล” เป็นต้นแบบ และ ระดับชุมชน เป็นขั้นก้าวหน้า เป็นการพัฒนา เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ มีการรวมกลุ่ม ด้วยการประกอบสัมมาชีพ ในเบื้องต้นได้ ใช้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ทั้ง 11 แห่ง ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ตามรูปแบบ “โคกหนองนาโมเดล” โดยใช้ภาคประชาชนที่เป็นแกนนำในพื้นที่ดำเนินการพัฒนาให้เป็น “ปราชญ์” แล้วกลับไปทำเป็นอาชีพของตนเอง ทั้งนี้การขับเคลื่อนทั้ง 2 ระดับ กรมการพัฒนาชุมชน ได้มอบหมายให้ “พัฒนากร” เป็นแกนหลัก บูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีการพัฒนา และผู้นำชุมชนในพื้นที่ พัฒนาสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ตำบลเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

ในงานครั้งนี้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากภาคีการพัฒนาในการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก อาทิเช่น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ธนาคารออมสิน มูลนิธิสัมมาชีพ เป็นต้น ทั้งยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานกิจกรรมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของมูลนิธิสัมมาชีพ และภาคีเครือข่าย(ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม) ที่จะร่วมมือกันขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนฐานราก ในการสร้างสัมมาชีพสู่การพัฒนที่ยั่งยืน โดยมีข้อตกลงร่วมกันดังนี้

1) มูลนิธิสัมมาชีพ จะเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนโดยใช้ชุมชนเป็นแกนกลางในการพัฒนา

2) ภาคีเครือข่ายจะให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานในด้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGS)

3) ภาคีเครือข่ายจะให้การสนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการชุมชนที่ดำเนินกิจการเพื่อสังคมและเพื่อชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

สถานีข่าว พช.CNS รายงาน

(Visited 1 times, 1 visits today)